ศิลปศาสตร์ DPU เร่งบูรณาการ AI ครบหลักสูตรภาษา ยกระดับผู้เรียนสู่ทักษะอนาคตโลกงาน

05 พฤษภาคม 2569
รัชพล ธนศุทธิสกุล
  • Newsletter

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนการสอนยุคดิจิทัล ภายใต้นโยบาย “AI in Profession” ของมหาวิทยาลัย โดยมุ่งบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ากับการเรียนการสอนในทุกหลักสูตรและทุกรายวิชา เพื่อยกระดับศักยภาพของนักศึกษาและอาจารย์ให้สามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ การฝึกทักษะภาษา และการเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานจริงในอนาคต

ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวเป็นทิศทางสำคัญที่ DPU ซึ่งนำโดย ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ได้ส่งเสริมให้ทุกคณะนำ AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ โดยไม่จำกัดเฉพาะแค่คณะในสายเทคโนโลยี แต่รวมถึงศาสตร์ด้านภาษา ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีสามารถช่วยแปลภาษา ตรวจแก้ข้อความ สร้างบทสนทนา และจำลองสถานการณ์การสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม คณะศิลปศาสตร์ไม่ได้มอง AI เป็นความเสี่ยงหรือสิ่งที่มาทดแทนการเรียนภาษา แต่เห็นว่า AI สามารถกลายเป็น “เครื่องมือการเรียนรู้” ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนฝึกฝนได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเรียนภาษา ซึ่งต้องอาศัยการฝึกซ้ำ การรับฟีดแบ็ก และการใช้ภาษาในสถานการณ์จริง หากออกแบบกระบวนการเรียนรู้อย่างเหมาะสม AI จะช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกภาษาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและนอกห้องเรียน

ดร.วริศ กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการเรียนภาษาคือการได้รับฟีดแบ็กอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการเขียน การพูด การฟัง หรือการใช้ไวยากรณ์ แต่ในบริบทของห้องเรียนจริง อาจารย์ไม่สามารถให้คำแนะนำแก่นักศึกษาทุกคนได้ตลอดเวลา ดังนั้น AI จึงเข้ามาช่วยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของอาจารย์ และเป็นเครื่องมือให้ผู้เรียนสามารถฝึกฝนด้วยตนเองได้มากขึ้น เช่น การตรวจงานเขียน การให้คำแนะนำด้านไวยากรณ์ การจำลองบทสนทนา หรือการสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนทดลองสื่อสารในบริบทต่าง ๆ

ด้าน ดร.โชติกานต์ จิราลักษณ์สกุล รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะศิลปศาสตร์ กล่าวว่า หลักสูตรภาษาอังกฤษธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ได้นำ AI มาใช้ในหลายกลุ่มรายวิชาอย่างเป็นระบบ โดยในกลุ่มการพัฒนาทักษะการเขียนและไวยากรณ์ เช่น รายวิชา English for Professional Writing และ Business Report Writing นักศึกษาได้ใช้เครื่องมืออย่าง ChatGPT, Grammarly, QuillBot และ Claude เพื่อช่วยตรวจสอบโครงสร้างประโยค การใช้คำ ความถูกต้องทางไวยากรณ์ และการเรียบเรียงภาษาให้เหมาะสมกับบริบททางธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ในกลุ่มรายวิชาด้านการสื่อสาร เช่น English for Business Communication และ Fundamental English มีการใช้ ChatGPT Voice Mode และ Google Gemini เพื่อจำลองสถานการณ์การสื่อสาร ให้นักศึกษาได้ฝึกพูด โต้ตอบ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในสถานการณ์ใกล้เคียงกับโลกจริง เช่น การสื่อสารกับลูกค้า การติดต่อทางธุรกิจ หรือการสนทนาในงานบริการ ซึ่งช่วยให้นักศึกษาเกิดความคุ้นเคยกับการใช้ภาษาในสถานการณ์ที่หลากหลายมากขึ้น


นอกจากนี้ ในรายวิชาด้านการนำเสนอและการสร้างคอนเทนต์ เช่น English for Presentation และ Selected Topics in Business English ยังมีการใช้ Canva Magic Design, Gamma.app, Tome และ ChatGPT เพื่อช่วยสรุปเนื้อหา ออกแบบสื่อนำเสนอ และสร้างรูปแบบการสื่อสารที่น่าสนใจ ขณะที่รายวิชาด้านการวิจัยและการเตรียมความพร้อมฝึกงาน เช่น Introduction to Business Research และ Business Internship Preparatory มีการนำ Perplexity AI, Consensus และ ChatGPT Data Analysis มาใช้เพื่อสนับสนุนการค้นคว้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการเตรียมความพร้อมด้านวิชาการก่อนออกสู่สถานประกอบการจริง

ด้านหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ ได้นำ AI มาใช้เป็นคู่สนทนาเสมือนจริง เพื่อแก้โจทย์สำคัญของการเรียนภาษาจีน โดยเฉพาะนักศึกษาที่เริ่มต้นจากพื้นฐานต่างกัน บางคนมีพื้นฐานมาก่อน ขณะที่บางคนเริ่มจากศูนย์ ทำให้การฝึกพูดและการสะสมคำศัพท์เป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก หลักสูตรจึงนำเครื่องมือ เช่น Dola, ABDUL Uni, Google Gemini และ DeepSeek มาใช้ในการฝึกสนทนา ตรวจแก้ภาษา แปลข้อความ สร้างแบบฝึกหัด และจำลองสถานการณ์ทางธุรกิจ

ตัวอย่างสำคัญคือ การให้นักศึกษาใช้ AI ฝึกสนทนาในสถานการณ์งานบริการ เช่น การเปิดบัญชี การซื้อขายสินค้า การต้อนรับลูกค้า หรือการสื่อสารในร้านค้าออนไลน์ โดยนักศึกษาต้องโต้ตอบกับ AI ด้วยภาษาจีนตามบทเรียนที่กำหนดไว้ ไม่ใช่เพียงท่องจำบทสนทนา แต่ต้องฟัง ทำความเข้าใจ และตอบกลับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการฟังและการพูดไปพร้อมกัน

คณาจารย์ยังออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนสามารถฝึกซ้ำได้หลายครั้งนอกห้องเรียน โดย AI จะให้ฟีดแบ็กทันทีหลังการฝึก ทำให้นักศึกษารู้จุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุงของตนเอง เช่น การออกเสียง ความครบถ้วนของประโยค หรือการเลือกใช้คำศัพท์ นักศึกษาหลายคนระบุว่า จากเดิมที่รู้สึกประหม่าเมื่อต้องพูดภาษาจีนต่อหน้าเพื่อนหรืออาจารย์ เมื่อได้ฝึกกับ AI หลายครั้ง ความมั่นใจเพิ่มขึ้น และสามารถตอบสนองต่อคำถามได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ หลักสูตรภาษาจีนธุรกิจยังนำ AI มาใช้ในรายวิชาระดับสูง เช่น การออกแบบคอนเทนต์ การสร้างภาพสถาปัตยกรรมจีนโบราณด้วยคำสั่งภาษาจีน การออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดจีน และการพัฒนาโครงงานฝึกงาน โดยเฉพาะเครื่องมือ “Jumanji : CIWE Project BUDDY” ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยให้คำปรึกษาเบื้องต้นแก่นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ในการออกแบบโครงงาน คิดประเด็นปัญหา และเตรียมข้อมูลก่อนเข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษา

ส่วนหลักสูตรภาษาตะวันออกเพื่อธุรกิจ ได้นำ AI มาใช้ในรูปแบบเกมและแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยให้นักศึกษาทบทวนคำศัพท์ ตัวอักษร และโครงสร้างภาษา เช่น การใช้ Gemini สร้างแอปพลิเคชันทบทวนคันจิ การใช้ Chatbot เพื่อฝึกสนทนาตามสถานการณ์ การใช้ Migii JLPT สำหรับเตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น รวมถึงการใช้ ChatGPT ช่วยออกแบบชุดข้อมูลสำหรับเกมจับคู่คำศัพท์และรูปภาพในรูปแบบ “Word Tetris” ซึ่งเพิ่มความสนุกและสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนจดจำคำศัพท์ได้ดีขึ้น

รูปแบบการเรียนรู้ดังกล่าวช่วยเปลี่ยนการทบทวนภาษาให้ไม่จำกัดอยู่เพียงการอ่านหรือคัดคำศัพท์ แต่เพิ่มมิติของเกม ความท้าทาย และการตอบสนองภายใต้เงื่อนไขเวลา ทำให้นักศึกษาได้ฝึกความคล่องแคล่วในการจดจำคำศัพท์ และสามารถเรียนรู้ได้ในบรรยากาศที่สนุกขึ้น

ดร.วริศ กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้คณะศิลปศาสตร์ยังให้ความสำคัญกับการสอนเรื่อง “จริยธรรมในการใช้ AI” ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการใช้งาน โดยเน้นให้นักศึกษาเข้าใจว่า AI ควรเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ทำงานแทนทั้งหมด นักศึกษาต้องรู้ว่าการใช้ AI ในช่วงฝึกฝน การทบทวน หรือการขอคำแนะนำเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ แต่การใช้ AI ระหว่างการสอบ หรือการส่งงานโดยไม่ผ่านกระบวนการคิดของตนเอง ถือเป็นการใช้งานที่ไม่เหมาะสม

คณาจารย์จึงทำหน้าที่กำกับ แนะนำ และสร้างขอบเขตการใช้ AI อย่างชัดเจน เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้ทั้งทักษะเทคโนโลยีและความรับผิดชอบทางวิชาการ โดยเฉพาะในยุคที่ AI สามารถสร้างข้อความ สคริปต์ หรือคำตอบได้อย่างรวดเร็ว ผู้เรียนจำเป็นต้องแยกแยะให้ได้ว่าส่วนใดคือการใช้เครื่องมือเพื่อพัฒนาตนเอง และส่วนใดคือการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปจนลดทอนกระบวนการเรียนรู้

“AI เป็นเครื่องมือสำคัญตามยุคสมัย เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการเรียนรู้ในอดีตที่เคยเปลี่ยนผ่านจากพจนานุกรมเล่ม สู่พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอออนไลน์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ปัจจุบัน AI จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่หลักสูตรภาษาต้องนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การเรียนการสอนทันสมัย และเพื่อให้นักศึกษามีทักษะความรู้เท่าทัน AI หรือ AI Literacy ติดตัวก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน” ดร.วริศ กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนางสาวสุชานันท์ จันทร์จร นักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า ในช่วงแรกหลายคนรู้สึกว่า AI เป็นเครื่องมือที่ยาก ซับซ้อน และไม่คุ้นเคย บางคนไม่มั่นใจว่า AI จะช่วยสอนภาษาได้จริงหรือไม่ แต่เมื่อได้ทดลองใช้งาน พบว่า AI ช่วยลดความกังวลในการพูด ทำให้กล้าฝึกมากขึ้น เพราะไม่ต้องกลัวผิดหรือต้องรออาจารย์ นักศึกษาสามารถถาม ฝึก และทดลองใช้ประโยคต่าง ๆ ได้หลายครั้ง จนเกิดความคุ้นเคยกับคำศัพท์และรูปประโยคมากขึ้น

“การใช้ AI บ่อยครั้งทำให้คำศัพท์และประโยคที่เคยจำไม่ได้ กลับจดจำได้แม่นยำขึ้น เพราะได้ใช้ซ้ำในบริบทจริง โดยเฉพาะคำศัพท์เฉพาะทางหรือประโยคที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บริการ การเดินทาง และธุรกิจ ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์สำคัญของการเรียนภาษาที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ความจำระยะสั้น แต่ต่อยอดสู่การใช้ภาษาได้จริง” นางสาวสุชานันท์ กล่าว